ตรงสองข้างบันไดทางขึ้นเนิน มีรูปปั้นยักษ์อยู่ด้วย สะดุดตาทุกครั้งที่เดินผ่าน.ขึ้นบันไดอีกครั้ง เป็นเนินเล็กๆ ก็จะเห็นปากอุโมค์สามช่อง ที่ชวนให้คนที่มาเป็นครั้งแรกต้องอยากเดินเข้าไปดูข้างใน. ความเป็นมาของวัด และอุโมงค์แห่งนี้ ตามหนังสือที่ผมเคยอ่านมามีอยู่ว่า(เอาคร่าวๆนะครับ) พญามังรายทรงสร้างวัดแห่งนี้ เดิมเป็นป่าไผ่ เชิงดอยสุเทพ มีชื่อเดิมว่า"วัดเวฬุกัฏฐาราม" ต่อมา พญากือนา อาราธนาพระภิกษุ"เณรจันทร์"ให้มาพำนักที่วัดแห่งนี้ พร้อมกับทรงสร้างถ้ำเป็นอุโงค์ถวาย เพื่อใช้เป็นที่วิปัสสนากรรมฐาน ทำให้วัดแห่งนี้มีชื่อเรียกต่อมาว่า"วัดอุโมงค์"
ต่อมาวัดแห่งนี้ได้ร้างไป จนกระทั่งราวพ.ศ.๒๔๙๒ วัดแห่งนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่โดยเจ้าชื่น สิโรรส โดยได้นำแบบอย่างของสวนโมกขพลาราม อำเเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ของท่านพุทธทาสภิกขุมาเป็นแบบอย่าง. ปัจจุบันปากทางเข้าอุโมงค์ใีรูปเหมือนของท่านพุทธทาสภิกขุ อยู่ด้วย. หลังการบูรณะวัดอุโมงค์ขึ้นมาใหม่ ท่านปัญญานันทภิกขุ ได้เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก.