วัดที่อยู่นอกตัวเมืองเชียงใหม่ จริงๆแล้วตอนแรกรู้แต่ว่าอยู่ที่อ.หางดง แต่ที่ไหนของอ.หางดงละ? เลยต้องโทรถามเจ้าถิ่นจึงได้รู้ว่า อันที่จริงแล้วอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเลย หากออกจากตัวเมืองไปอ.หางดงทางสายคันคลอง ถนนสายที่จะไปราชพฤกษ์นั่นแหละครับ ไปถนถึงทางแยกอำเภอสะเมิง เลี้ยวขวามองป้ายซ้ายมือสัก๒๐๐เมตร ก็จะเจอกับทางเข้าวัดต้นเกว๋นแห่งนี้แล้วครับ.

ทางเข้าวัด ทั้งป้ายบอกทาง และป้ายหน้าวัดเขียนว่า "วัดอินทราวาส" เลยทำให้สับสนเล็กน้อย แต่พอได้อ่านจากประวัติวัดแห่งนี้แล้วจึงได้รู้ว่าเมื่อตอนที่สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา ได้นำชื่อของเจ้าอาวาส ตั้งเป็นชื่อวัด เจ้าอาวาสรูปนั้นมีชื่อว่า ครูบาอินทร์ และได้ผสมกับการเป็นเจ้าอาวา่ส(อินทร์ + อาวาส) เป็น"อินทราวาส" แต่ชื่อที่รู้จักคือชื่อวัดต้นเกว๋น มาจากบริเวณที่ตั้งของวัดแห่งนี้เมื่อสมัยนั้นคงจะมีต้นไม้ชนิดนี้ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก "ต้นมะเกว๋น" เป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ ๑๐ เมตร ผลที่แก่แล้วจะมีสีดำปนแดง ทานได้ คล้ายต้นมะเกี๋ยงในภาษาล้านนา ปัจจุบันเหลื่อให้เห็นภายในวัดเพียงต้นเดียวเท่านั้น.

ในอดีต วัดแห่งนี้ใช้เป็นที่พักกระบวนแห่พระบรมธาตุศรีจอมทอง จากอำเภอจอมทอง มาในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นประเพณีของเจ้าหลวงเชีียงใหม่ และประชาชนทั้งหลาย มีการสรงน้ำพระธาตุทุกปี ก่อนที่จะมีถนนสายเชียงใหม่-ฮอต ถนนสายเดิมผ่านหน้าวัดทิศตะวันออก เมื่อกระบวนแห่พระธาตุ ขึ้นมาเพื่อจะนำเอาพระธาตุไปทูลเจ้าหลวงสรงน้ำ กระบวนแห่ต้องพักที่วัดแห่งนีี้ ๒-๓ คืน เพื่อให้ประชาชนในบริเวณนี้มาสรงน้ำพระธาตุด้วย

เอาละครับ เล่าความเป็นมาความสำคัญของวัดแห่งนี้ในอดีตมาพอสมควร ลองมาเดินเที่ยวบริเวณวัดแห่งนี้ดีกว่า เริ่มที่ตัววิหาร คู่มือท่องเที่ยวในมือผมบอกว่า เป็นทรงม้าต่างไหม ตามแบบวิหารล้านนา มีรูปร่างที่ดูเพรียว อ่อนหวานแบบสตรีเรียกว่าแบบ"ฮ้างแม่" แปลว่ารูปร่างของผู้หญิง ได้รับการยกย่องว่าวิหารวัดต้นเกว๋นเป็นวิหารแบบฮ้างแม่ที่งดงามที่สุด สล่าผู้สร้างวิหารหลังนี้ มีความชำนาญมาก สามารถสลักลายดอกลายรูปสัตว์ที่หน้าจั่วและช่อฟ้า ใบระกาได้สวยมาก พระบรมธาตุในวิหารเป็นลายรูปปั้นเครือดอกกูดและรูปสัตว์ ใช้ลาย"สะตายจิ๋น" ปั้นอย่างปราณีต แต่เดิมฝาด้านหลังพระประธานในวิหารมีรูปคล้ายซุ้ม และซุ้มนั้นล้วนแต่เป็นพระพิมพ์โลหะ ซึ่งหล่อเป็นองค์ๆเอาติดฝาผนังเป็นรูปคล้ายซุ้ม ปัจจุบันหายไปเกือบหมดแล้ว. วิหารจะปิดหระตูไว้ ภายในวัดไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ พอผมไปถึงแล้ว มีนักท่องเที่ยวตามมาอีก ๓-๔ คน เจ้าหน้าที่ ที่ดูแลวัดก็ได้มาเปิดประตูวิหารให้เข้าชมภายในวิหารได้

ลงจากตัววิหารแล้ว รอบๆวิหารเป็นศาลาบาตรโอบรอบวิหารทั้งสามด้าน เป็นทางเดินยาวติดต่อกัน โครงสร้างเสา พื้น และผนังก่ออิฐถือปูนแบบโบราณ โครงสร้างหลังคาไม้ มุงด้วยกระเบื้องดินเผาแบบโบราณเช่นกัน ซึ่งดูไปแล้ว คล้ายๆจะเห็นโรงแรมบูทิคหลายๆแห่งในตัวเมืองนิยมสร้างแบบนี้เหมือนกัน บวกกับบรรยากาศภายในวัด ซึ่งสงบและผ่อนคลายดีจริงๆ

สิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญภายในวัดแห่งนี้อีกสิ่งคือ มณฑปทรงจัตุรมุข มุงด้วยกระเบื้องดินเผา แต่เดิมใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุชั่วคราว และใช้เป็นที่สำหรับประชาชนมาหล่อน้ำพระบรมธาตุ มีอาสน์สำหรับตั้งโกฏิพระบรมธาตุเวลาเอาออกให้ประชาชนหล่อ รินสำหรับรองน้ำสุคนธสินธุธารา คือน้ำอบน้ำหอมที่ประชาชนนำมารดหล่อพระธาตุ และยังมีสะเหลี่ยงสำหรับหามบ๊องไฟจุดบูชา โบราณเรียกว่า "ขาขะเหยีย" สลักลวดลายดอกและรูปนาคลวรักชาดปิดทองอย่างสวยงาม. ในบริเวณนั้นยังมีกลองบูชา หรือ "กลองปู๋จา"ให้ชมอีกด้วยซึ่งมีครบทุกลูก ว่ากันว่าลูกใหญ่นั้นถ้าตีแล้ว จะได้ยินไปทั่งตำบลหนองควายเลยทีเดียว.

ได้มาเที่ยวชมวัดแห่งนี้รับรองไม่ผิดหวังเลยครับ นอกจากบรรยากาศของวัดที่อยู่นอกตัวเมือง ซึ่งเงียบสงบ เดินชมรอบๆวัดซึ่งไม่กว้างขวางมากอย่างสบายๆ วัดต้นเกว๋น เป็นวัดโบราณล้านนาไม่กี่แห่ง ที่ยังคงลานทรายภายในวัดไว้ ซึ่งหาชมได้ยากแล้วในปัจจุบัน . วัดต้นเกว๋น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน-โบราณวัตถุ เป็นวัดที่น่าศึกษาค้นคว้า . เมื่อปีพ.ศ.๒๕๓๒ วัดต้นเกว๋น ได้รับคัดเลือกเป็นวัดเก่าแก่ที่ยังคงอนุรักษณ์ศิลปะดั้งเดิมเอาไว้ด้วยดีเสมอมา จากสมาคมสถาปนิคสยาม และได้รับพระราชทานกิติบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในงานนิทรรศการ"สถาปนิค๓๒" ในครั้งนั้นด้วย

ข้อมูลจาก. หนังสือ"ท่องเที่ยวเรียนรู้ ล้านนา"

แผ่นพับวัดต้นเกว๋น

 

 

rrouad@yahoo.com