พระธาตุศรีจอมทอง อำเภอจอมทอง คราวนี้มีโอกาศ ที่เพื่อนของผมอยากจะไปที่วัดแห่งนี้ ด้วยภาวะที่น้ำมันแสนแพง ก็เลยหาพรรคพวก พากันไปที่วัดแห่งนี้ ด้วยเหตุผลก็เพื่อ ที่เราจะได้มีตัวหาร น้ำมัน ดีจริงๆ แต่พอออกเดินทาง ก็ถึงได้รู้ว่า อำเภอจอมทอง ก็ไม่ใกล้ ไม่ไกล จากตัวเมืองเชียงใหม่เท่าไหร่ นั่งรถไปก็พอสนุกๆ ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปทางอำเภอหางดง เลยไปถึงอำเภอสันป่าตอง และก็ถึงจะเป็นอำเภอจอมทอง ฟังดูเหมือนไกลนะครับ แต่ระยะทางก็ประมาณ ๖๐ กิโลเมตรเองครับ ครั้งนี้หารค่าน้ำมันรถไป ๑๐๐ บาท เพื่อนตัวดีเจ้าของรถได้กำไรแน่เลย แต่ก็เอาเหอะครับ ครั้งนี้ ได้นั่งสบายๆไป ก็ยังดี ที่ไม่ต้องขับรถเอง.

เดินทางมาถึงตัวอำเภอจอมทอง ก็เจอวัดเลยครับ เพราะวัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ติดกับถนนใหญ่เลย อยู่ทางซ้ายมือ มีลานจอดรถกว้างขวางอยู่หน้าวัด วันที่ผมไปก็แดดแรงดีจริงๆ รู้อย่างนี้ น่าจะพกร่มติดมาด้วย เอ...มาเที่ยววัด อย่ามาบนร้อนสิ ..ไม่ได้ละ รีปเข้าไปในวัด หาที่ร่มๆ หลบแดดก่อนดีกว่า. ชื่ออำเภอจอมทอง ชื่อที่เรียกมีมาจากตำนานของวัดพระธาตุศรีจอมทอง นั่นแหละครับ แต่เดิม ที่ตั้งของวัดพระบรมธาตุศรีจอมทอง มีลักษณะเป็นเนินเขาเล็กๆ คล้ายจอมปลวก หรือหลังเต่า มีป่าไม้ทองกวาว หรือทองหลางขึ้นอยู่บนเนิน จึงเรียกบริเวณนี้ว่า "ดอยจอมทอง" และเมื่อปีพ.ศ.๒๔๔๓ ทางราชการได้ตั้งอำเภอจอมทอง โดยใช้ชื่อเรียกตามตำนานของวัดพระธาตุศรีจอมทอง

สิ่งที่แตกต่างของที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ ที่วัดแห่งนี้ คือ พระบรมธาตุไม่ได้ถูกฝังอยู่ในดินหรือในองค์เจดีย์ แต่พระบรมธาตุ ได้บรรจุไว้ในกระโกศ ๕ ชั้น อยู่ในกู่ ที่อยู่ในวิหารทรงจตุรมุข สามารถอัญเชิญพระบรมธาตุออกมาได้ ตำนาน กล่าวไว้ว่า กู่นี้ สร้างโดยพระเมืองแก้ว เมื่อ พ.ศ.๒๐๖๐ แต่ลวดลายปูนปั้น น่าจะเกิดจากการปฏิสังขรณ์ขึ้นภายหลังจากนั้น .พระบรมธาตุ ที่ประดิษฐานในกู่ เป็นพระทักษิณโมลีธาตุ พระธาตุส่วนที่เป็นพระเศียรเบื้องขวา ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีขนาดประมาณ เมล็ดข้าวโพด สันฐานกลมเกลี้ยง สีขาวนวล เหมือนดอกบวบ หรือสีคล้ายดอกพิกุลแห้ง .

ยังมีตำนานกล่าวถึงที่มาของพระธาตุว่า พระพุทธเจ้า เคยเสด็จมายังบริเวณนี้ พร้อมกับพระสาวก แล้วทรงตรัสพยากรณ์ว่่า ในอนาคตกาล พระบรมธาตุของพระองค์ จะเสด็จมาประดิษฐาน ณ ที่นี้ และพระพุทธศาสนาในดินแดนนี้ จะเจริญรุ่งเรือง. พระบรมธาตุและเจดีย์ เป็นที่พึ่งทางใจ แก่ชาวล้านนา มาโดยตลอด นอกจากจะมีกล่าวถึง ในโคลงมังทรารบเชียงใหม่ ซึ่งแต่งโดย เชลยชาวเชียงใหม่ ที่ถูกกวาดต้อนไปพม่า เมื่อพ.ศ.๒๑๕๖ แล้วต่อมายังยกให้เป็นพระธาตุของผู้ที่เกิดในปีชวดด้วย เจดีย์ จึงได้รับการดูแล และบุรณะอยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่รูปแบบที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน เชื่อว่า น่าจะเกิดจากการบูรณะเมื่อราวพุทธศตวรรศที่๒๒.

พระบรมธาตุัที่ประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้ ได้รับการทำนุบำรุงโดยกษัตริย์สืบเนื่องมาทุกสมัย และมีการถวายพระพุทธรูป รวมทั้งสิ่งของมีค่า เพื่อเป็นพุทธบูชามากมาย นอกจากนี้ ในสมัยราชวงค์เจ้าเจ็ดตน ยังเกิดประเพณี อัญเชิญพระบรมธาตุ ออกจากอำเภอจอมทอง ไปให้ผู้คนในตัวเมืองเชียงใหม่ได้สรงน้ำด้วยโดยมีวัดต้นเกว๋น ในอำเภอหางดง เป็นสถานที่แวะพักสุดท้าย ก่อนถึงตัวเมืองเชียงใหม่. ปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะไม่มีการอัญเชิญพระบรมธาตุไปยังตัวเมือเชียงใหม่เหมือนแต่ก่อน แต่ก็ยังมีประเพณีที่จะอัญเชิญพระบรมธาตุ ออกมาให้ประชาชนได้สรงน้ำกันอยู่ ตามที่ผมทราบมาน่่าจะจัดในช่วงประมาณเดือนมิถุนายนของทุกปี เมื่ออัญเชิญออกมาสรงน้ำ จะประดิษฐานในโกศแก้ว ให้ชาวบ้านสรงน้ำผ่านรางไม้ที่ทอดไปยังพระบรมธาตุ ซึ่งตามประเพณีแต่เดิม จะใช้น้ำจากน้ำแม่กลาง ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำปิง. บ่ายคล้อยแล้วครับ คงต้องได้เวลานั่งรถกลับกันแล้วครับ น่าเสียดายที่ครั้งนี้ติดสอยห้อยตามมากับคนอื่น เลยไม่ได้ไปที่ตามใจเรา แต่อย่างไรก็ดี ครั้งนี้ได้มาที่อำเภอจอมทองแล้วครับ ครั้งต่อไป พอจะรู้ทางที่จะไปเที่ยวที่อื่นๆแล้วครับ.

ข้อมูลจาก.

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี http:// www.th.wikipedia.org

หนังสือท่องเีที่ยวเรียนรู้ล้านนา

http://Chiangmai.doae.go.th/chomthong/jomthong_intro.html

 

 

 

rrouad@yahoo.com