หากใคร ที่เคยมาเดิน ถนนคนเดิน เย็นวันอาทิตย์ บริเวณตัวเมืองเชียงใหม่ ตงเคยได้เห็น หรืออาจเคยเข้าไปไ้หว้พระ ในพระวิหาร ที่สวยงาม แห่งนี้ "วัดพันเตา" ตามหลักฐานโบราณกล่าวว่า มีประวัติความเป็นมา ร่วมสมัยเดียวกับวัดเจดีย์หลวง วัดนี้ ได้รับการฟื้นฟู ตั้งแต่สมัยพระเจ้ากาวิละ (พ.ศ.๒๓๔๙) เป็นต้นมา ในพ.ศ.๒๔๑๘ พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่๗ โปรดให้รื้อ หอคำ ของพระเจ้ามโหตรประเทศ เจ้าหลวงเชียงใหม่ องค์ที่๕ มาสร้างถวายเป็นวิหารไม้สัก ที่งดงามที่สุดในเชียงใหม่.

วัดพันเตา สร้างขึ้นในสมัย พุทธศตวรรษที่๑๙ ตอนต้นปี พ.ศ.๑๙๓๔ มีอายุเก่าแก่ ร่วมสมัยเดียวกับวัดเจดีย์หลวง ในอดีต คนโบราณ คิดจะสร้างบ้าน หรือ วัด จำเป็นต้องคำนึงหาทำเลที่เป็นมงคล วัดพันเตา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ขององค์พระธาตุเจดีย์หลวง ใจกลางเมืองเชียงใหม่ และ เคยเป็นเขตสัฆวาส ของวัดโชติการาม หรือวัดเจดีย์หลวงในปัจจุบัน.

คำว่า "พันเตา" ในอดีต คนเมืองเชียงใหม่ ไม่ได้เรียกชื่อแบบนี้ แต่นิยมเรียกกันว่า "วัดปันเต้า" หรือ "วัดพันเท่า" ซึ่งมีความหมายว่า ปริมาณที่เพิ่มพูนขึ้นมากมาย เป็นร้อยเท่าพันเท่า เป็นการเขียนตามอักษรล้านนา แต่ออกเสียงว่า "ปันเต้า" แล้วจึงกลายมาเป็น "พันเท่า" ในเวลาต่อมา .

ในสมัยพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่ อวงค์ที่๗ ได้โปรดให้รื้อ หอคำ หรือ คุ้มหลวงของพระเจ้ามโหตรประเทศฯ เจ้าหลวงเชียงใหม่ องค์ที่๕ สร้างเป็นพระวิหาร ถวายวัดพันเตา ตามจารีตในล้านนา และทำบุญฉลองวิหารแห่งนี้ เมื่อ พ.ศ.๒๔๒๙ นับเป็นวิหารไม้สัก ที่สร้างจากหอคำ หรือ คุ้มเจ้าหลวง ที่เหลืออยู่อย่างสมบูรณ์ เพียงหลังเดียวในล้านนา.

ที่สะดุดตา คือวิหารวัดพันเตา มีหน้าแหนบที่เป็น ไม้แกะสลัก ที่ได้ชื่อว่า สวยงามที่สุดในล้านา มีลวดลายในโครงสามเหลี่ยม ตรงกลางแกะสลักรูป"มอม" มอม คือพาหนะของเทพปัชชุนะ เทพผู้บันดาลให้เกิดฝน กรอบของซุ้มวิหาร มีรูปวานรแบบตัวลวง ๒ ตัว ทั้งสองข้าง ซึ่งตัวลวงนี้ ใช้หางค้ำ รูปแบบจำลองของประสาท ส่วนฐานของรูปซุ้ม เป็นท่อนไม้ ๘ เหลียม สลักลวดลายประจำยาม ซึ่งทำปลายเสา ทั้งสองข้าง เป็นรูปหัวเม็ด มีหงส์ยืน ประกอบทั้งสองข้าง สมบูรณ์ ด้วยองค์ประกอบทางช่าง และภูมิปัญญา .

ครั้งหนึ่ง หน้าแหนบวิหารวัดพันเตา หงส์ ๒ ตัว ที่ยืนประกอบทั้งสองข้่าง เคยหายไป เมื่อประมาณเดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๐ และ ได้คืนเมื่อ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๑ นับว่า ยังเป็นเรื่องดี ที่สามารถได้กลับคืนมา ให้คนรุ่นต่อๆไป ได้ชื่นชมศิลปะลำค่า ที่หาค่ามาเปรียบไม่ได้แห่งนี้ . เย็นวันอาทิตย์ ถ้าหากได้มาเดินเที่ยวถนนคนเดินเชียงใหม่ หาซื้อของฝากแล้ว เดินผ่านวัดพันเตา เข้ามาไหว้พระ ชมวิหาร และชื่นชมกับความงามหน้าแหนบวิหารแห่งนี้ ซึ่งนับได้ว่า เป็นสมบัติล้ำค่า ของเราทุกคน.

ข้อมูลจาก. เอกสารประวัติ วัดพันเตา อำเภอเมืิอง จังหวัดเชียงใหม่

 

 

rrouad@yahoo.com