ชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวว่า หลังจากที่พระเจ้าติโลกราชทรงสดับพระธรรมเรื่องอานิสงส์การปลูกต้นโพธิ์จากภิกษุฝ่ายสีหลนิกาย พระองค์โปรดให้นำกิ่งโพธิ์จากวัดป่าแดงมาปลูกที่นี่ เพราะต้นโพธิ์ที่วัดดังกล่าวนำมาจากลังกาซึ่งมีที่มาจากต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าประทับตรัสรู้. ในพ.ศ.๑๙๙๙ พระองค์ยังโปรดให้สร้างอารามและ"สัตตมหาสถาน"ซึ่งก็คือการจำลองสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงประทับหลังการตรัสรู้ ต่อมาพ.ศ.๒๐๒๐ วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ทำการสังคยานาพระไตรปิฏก ซึ่งถือเป็นครั้งที่๘ของโลก วัดแห่งนี้จึงมีความสำคัญ และด้วยวัดแห่งนี้้มีที่มาเกี่ยวข้องกับต้นโพธิ์ จึงมีชื่อว่า "วัดมหาโพธาราม" แต่ต่อมาเมื่อสิ่งก่อสร้างสำคัญของวัดคือเจดีย์ที่มีเจ็ดยอดกลายเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุด จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า"วัดเจ็ดยอด"

แต่ก่อนผมเรียนระดับปริญญาตรีจากราชมงคล ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดแห่งนี้ จึงเรียกว่าราชมงคลวิทยาเขตภาคพายัพ เจ็ดยอด (ก่อนที่จะเป็นมหาวิทยาลัย) ก็เคยมาที่วัดนี้มาบ้างแล้วในสมัยที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ แต่ก็แค่ผิวเผิน พอรู้ว่าในวัดมีอะไร แต่พอได้อ่านในหนังสือคู่มือท่องเที่ยว จึงอยากที่จะกลับมาที่วัดแห่งนี้อีกครั้ง. ที่ตั้งของวัดเจ็ดยอดหาได้ไม่ยาก เพราะย่านนี้ชาวเชียงใหม่ก็รู้จักกันดีและเรียกบริเวณนี้ว่าแถวเจ็ดยอด วัดตั้งอยู่ริมถนนซุปเปอร์ฯเชียงใหม่-ลำปาง ใกล้กับพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เชียงใหม่. ภายในวัดมีอานาเขตกว้างขวางเต็มไปด้วยโบราณสถาน ซึ่งอันที่จริง วัดแห่งนี้พึ่งพื้นจากเป็นวัดร้าง มีพระสงฆ์จำพรรษาเมื่อไม่กี่สิบปีนี้เอง.

เริ่มชมวัดจากที่มาของชื่อวัดคือสิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุด อาคารนี้เป็นสิ่งก่อสร้างเพียงไม่กี่แห่งในเชียงใหม่ ที่สร้างด้วยศิลาแลง ซึ่งอาจนำมาจากลำพูน แต่เดิมเชื่อว่าเจดีย์วัดเจ็ดยอด น่าจะจำลองมาจากมหาวิหารพุทคยา อินเดีย ซึ่งเป็นองค์ต้นกำเนิด แต่การศึกษาในปัจจุบัน ทำให้เกิดแนวความคิดใหม่ว่าเจดีย์องค์นี้ น่าจะถูกสร้างขึ้นด้วยการผสมผสานแบบอย่างของพุทธคยา อินเดีย เข้ากับเจดีย์มหาโพธิ์ พุกาม ซึ่งได้จำลองพุทธคยาอินเดียมาอีกต่อหนึ่ง.นอกจากนี้ยังพบว่า ช่างล้านนาอาจนำรูปแบบการประดับเทวดาที่ผนังด้านนอกอาคารมาจากลังกา ซึ่งขณะนั้นมีความใกล้ชิดกับเชียงใหม่อีกด้วย.

ผนังด้านนอกของเจดีย์เจ็ดยอด ประดับด้วยเทวดา ๖๖ องค์และดอกไม้ สื่อถึงเหตุการณ์ตอนตรัสรู้ ซึ่งเหล่าเทวดาพากันมาสักการะพระพุทธเจ้า เทวดาที่วัดเจ็ดยอด มีความนัยของพุทธศาสนา สอดคล้องกับแนวคิดว่าเทวดาทั้งหลายมีกำเนิดที่เรียกว่า"อุปปาติกโยนิ" คือเกิดมามีรูปที่เป็นหนุ่ม งดงามทันทีโดยไม่มีความชราตามอายุขัย. ดอกไม้ที่ประดับฉากหลังเทวดา แสดงถึงอิทธิพลของดอกไม้มงคลในศิลปะจีน. ภายในผนังเจดีย์เจ็ดยอด มีทางเดินขึ้นไปยังลานด้านบนได้.

สัตตมหาสถานคือสถานที่ ๗ แห่งในพุทธคยา ที่พระพุทธเจ้าประทับเสวยวิมุตติสุขอยู่แต่ละแห่งหนึ่งสัปดาห์ ในสมัยโบราณมีการให้ความสำคัญต่อสัตตมหาสถาน ด้วยการจำลองสถานที่ทั้งเจ็ดไปสร้างไว้ยังที่ต่างๆหลายแห่ง เฉพาะที่วัดเจ็ดยอด เมื่อดูจากข้อมูลการขุดข้นของกรมศิลปากร พบว่า สัตตมหาสถานที่นี่มีความสมบูรณ์ และใหญ่ที่สุดเท่าที่ปรากฎหลักฐานในประเทศไทยปัจจุบัน. ประกอบด้วย

๑.โพธิบัลลังก์ แทนด้วยเจดีย์เจ็ดยอด

๒.อนิมิสเจดีย์ สร้างเป็นเจดีย์ทรงปราสาทแปดเหลี่ยม

๓.รัตนจงกรมเจดีย์ เป็นสถานที่เสด็จออกเดินจงกรมหลังจากแสดงกตัญญูธรรม

๔.รัตนฆรเจดีย์ ปัจจุบันเหลือเพียงเจดีย์ทรงปราสาทที่ส่วนยอดชำรุด

๕.อัชปาลนิโครธ เป็นที่ประทับใต้ต้นไทร แล้วธิดาพญามารสามตนพากันมายั่วยวยพระองค์ ปัจจุบันยังหาไม่พบว่าอยู่บริเวณใดภายในวัด

๖.สระมุจจลินท์ สร้างมณฑปและสระน้ำ สื่อแทนสถานที่ที่พญานาคมุจจลินท์มาขดกายปกป้องพระพุทธเจ้าจากสายฝนริมสระมุจจลินท์

๗.ราชายตนะ สถานที่ที่พระองค์ฉันผลสมอ ที่พระอินทร์นำมาถวาย ปัจจุบันเหลือเพียงฐานเจดีย์สี่เหลี่ยม

สิ่งก่อสร้างอื่นๆภายในวัด นอกจากการจำลองสัตตมหาสถานแล้ว ยังมีโบราณสถานอีกที่น่าสนใจ อย่างกู่บริเวณอุโบสถ ซึ่งแต่เดิมกู่องค์นี้เป็นที่ประดิษฐานพระแก่นจันทร์แดง ที่อัญเชิญมาจากวัดสวนดอก โดยกู่จะตั้งอยู่ตรงกลางอุโบสถ ที่มีลักษณะเป็นอาคารโถงไม่มีผนัง ปัจจุบันอุโบสถที่สร้างครอบกู่องค์นี้ พังทลายไปหมดแล้ว หากเดินดูรอบๆจะเห็นได้ว่ายังคงเห็นร่องรอยที่เป็นฐานของอุโบสถ ที่เป็นเหมือนกำแพงอิฐยกสูงขึ้นจากระดับดินเดิม.

กู่บรรจุอัฐิพระเจ้าติโลกราช เป็นเจดีย์ทรงปราสาท ที่สร้างขึ้นโดยพญายอดเชียงราย เมื่อ พ.ศ.๒๐๓๐ เป็นเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่โตมองเห็นได้จากนอกวัดหากขับรถผ่านจากถนนจะมองเห็นยอดเจดีย์องค์นี้ กล่าวว่าเค้าโครงของเรือนยอดของเจดีย์หลวงที่หักหายไปน่าจะคล้ายกับยอดของกู่บรรจุอัฐิพระเจ้าติโลกราชในวัดเจ็ดยอด

สิ่งก่อสร้างต่างๆที่อยู่ภายในวัดเจ็ดยอด ล้วนเป็นโบราณสถาน ซึ่งมีคุณค่าทางศิลปะ และวัฒธรรมทางศาสนาที่สำคัญของคนไทยทุกคนเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ชาวเชียงใหม่หรืออาณาจักรล้านนาเดิมเท่านั้น หากเพื่อนๆที่สนใจไปเที่ยวชม ก็ขออย่าได้ปีนป่าย หรือสัมผัสสิ่งที่มีคุณค่าเหล่านี้ เก็บมาแต่เพียงภาพถ่ายที่น่าประทับใจ ให้คนรุ่นต่อจากเราได้เห็นอย่างที่เราเห็นกันนะครับทุกๆท่าน...หวังว่าคงมีโอกาศได้มาเที่ยวชมวัดที่สวยงาม และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งนี้กันนะครับ.

ข้อมูลจาก. หนังสือ"คู่มือท่องเที่ยวเรียนรู้ ล้านนา"

 

 

rrouad@yahoo.com